รู้จักสิทธิของคุณ

สหภาพแรงงาน

  • สัญญาร่วมในแต่ละอาชีพจะเริ่มมีผลทันทีกับสหภาพแรงงานนั้นๆตั้งแต่วันแรก
  • ผู้จ้างจะต้องทำสัญญาการจ้างงานภายนเวลาสองเดือน หลังจากที่พนักงานเริ่มงานและสัญญาดังกล่าวจะต้องเป็นลายลักษณ์อักษร, ดูที่นี่
  • หากไม่มีการเขียนสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษรดังที่กล่าวไว้ในสัญญาร่วม สิทธิของพนักงานก็เป็นไปตามสัญญาร่วม
  • ตามมาตราที่ 1 กฏหมาย เลขที่ 55/1980 เกี่ยวกับผลประโยชน์ของลูกจ้างและประกันที่บังคับเรียกเก็บ สิทธิบำเน็จบำนาญ ฉนั้นจึงไม่อนุญาติให้ทำสัญญาที่ต่ำกว่าสัญญาร่วมที่มีผลใช้ในต่ละครั้ง
  • พนักงานโดยทั่วไปในประเทศไอซ์แลนด์จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่อสหภาพแรงงานนั้นๆ สหภาพแรงงานในประเทศไอซ์แลนด์มีมากมายและแตกต่างกันไป และแยกออกไปตามสาขาอาชีพและภูมิภาค 

"หากไม่มีการเขียนสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษรดังที่กล่าวไว้ในสัญญาร่วม สิทธิของพนักงานก็เป็นไปตามสัญญาร่วม"

ค่าจ้าง เวลาทำงานและเวลาพักอาหาร

เมื่อทำการจ้างคนเข้าทำงานแล้วจะต้องทำข้อตกลงระหว่างผู้จ้างงานและลูกจ้าง ข้อตกลงนั้นกล่าวถึงสัญญาการจ้างงานและสัญญาของสหภาพแรงงานของพวกเขา

ค่าจ้างจะต้องจ่ายเป็นเงิน ซึ่งระบุไว้ในกฏหมายเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง เลขที่ 28/1930 คือการจ้างงานจะต้องจ่ายเป็นเงินที่มีสกุลเงินที่ใช้ได้ ซึ่งทุกวันนี้เทียบได้กับการจ่ายเข้าบัญชีเงินเดือนของพนักงานแต่ละคนในธนาคาร

กฏหมายได้ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้จ้างงานจ่ายค่าจ้างพนักงานของตนเป็นสิ่งของ เสื้อผ้า ให้ที่อยู่อาศัยหรือสิ่งอื่นๆ

เมื่อทำการตกลงประเภทค่าจ้าง กล่าวคือ เงินเดือนประจำสำหรับการทำงานที่มีเวลาแตกต่างกันออกไป รวมทั้งช่วงกะกลางวันโดยทั่วไปและนอกเวลา และหากว่าเวลาทำงานนั้นมากกว่าข้อกำหนดที่เรียกว่าเวลางานเต็ม 100% ตามที่ระบุไว้ในสัญญาร่วม พนักงานมีสิทธิ์ที่จะรับค่าจ้างแยกต่างหาก ซึ่งนั่นจะทำให้เขาสามารถรู้ได้ว่าจ้างเวลากลางวันของตนมีมากเท่าใด

เมื่อทำงานในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ จะต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 4 ชั่งโมงโดยเด็ดขาด ซึ่งจ่ายในประเภทงานเกิน/ ล่วงเวลา ถึงแม้จะทำงานน้อยกว่านั้นก็ตาม

การพักผ่อนขั้นต่ำ

  • พนักงานจะต้องได้รับการพักผ่อนขั้นต่ำต่อเนื่องกันเป็นเวลา 11 ชม.ต่อยี่สิบสี่ชั่วโมง
  • ไม่อนุญาติให้จัดตารางการทำงานที่มีเวลาการทำงานเกิน 13 ชม.
  • ในทุกๆระยะเวลาเจ็ดวันพนักงานจะต้องได้รับวันหยุดอย่างน้อยหนึ่งวันในทุกๆสัปดาห์
  • และวันหยุดนั้นๆจะต้องเทียบเท่ากับวันอาทิตย์

พนักงานขาย

ค่าแรงช่วงกลางวันสำหรับพนักงานแต่ละคนจะทำโดยการหารด้วยจำนวน 170 กับเงินเดือนประจำ โปรดทราบว่าเฉพาะผู้ที่ทำข้อตกลงว่าเงินเดือนจ่ายเป็นกะกลางวันสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงกลางวัน

กะทำงานกลางวัน: ของพนักงานขายคือระหว่างเวลา 9-18 น. ทุกวันทำการ งานเต็มเวลาคือ 171,15 ชม.ต่อเดือน หรือ 39,5 ชม. ต่อสัปดาห์ซึ่งแบ่งเป็น 07,54 ชม.ต่อวัน

ค่าแรงพนักงานขาย: จะต้องจ่ายค่าทำงานเกินวลาถึงเวลา 12:00 เที่ยงคืน (ค่าแรงพิ่ม 40%) ซึ่งเป็น 0.8235% ของเงินเดือนสำหรับกะกลางวัน แต่จ่าย 0.8824% จากช่วงเวลา 12:00 เที่ยงคืนถึง 7:00 ในตอนเช้า(ค่าแรงเพิ่ม 50%) จนครบถึง 171,15 ชม.ต่อเดือน

งานล่วงเวลา : การทำงานทุกอย่างที่เกินเวลากะกลางวันทั่วไปซึ่งเกิน 171,15 ชม.ต่อเดือน ค่าแรงงานล่วงเวลา 1,0385% ของเงินเดือนประจำสำหรับกะกลางวัน

เทศกาลสำคัญ: คือการทำงานทุกประเภทในวันที่กำหนดว่าเป็นเทศกาลสำคัญ ดั่งที่ระบุในสัญญาร่วม VR และ SA มาตรา 2.3.2 (ดูที่วันหยุดพิเศษ) ค่าแรงวันเทศกาลสำคัญคือ 1,375% ของเงินเดือนประจำของกะกลางวัน.

อนุญาติให้เริ่มงานกะกลางวันได้ก่อนเวลา 9 น. แต่ไม่ให้เริ่มก่อน 7 น.ในตอนเช้า และเลิกงานได้ก่อนกำหนด คิดตามเวลาเริ่มงาน

เวลาอาหารคือ ½ ชม. ถึง 1 ชม.ต่อวัน พนักงานมีสิทธิ์ในการพักอาหารต่อการทำงานทุก 5 ชม.หรือมากกว่า เวลาอาหารคือช่วงเวลา 12:00 ถึง 14:00 และไม่นับรวมกับเวลางาน เวลาดังกล่าวจะไม่ได้รับการจ่ายค่าแรง หัวหน้าของพนักงานเป็นผู้ตัดสินใจว่าเวลาพักอาหารนั้นนานแค่ไหน แต่ก็สามารถตกลงเวลาพักได้ในแต่ละกรณี

เวลาพักกาแฟคือ 35 นาทีต่อวัน สำหรับการทำงานเต็มเวลาซึ่งคือ 7:54 ชม.ต่อวัน และพักตามข้อตกลงกับหัวหน้า เวลาพักกาแฟนับรวมกับเวลางานและจ่ายจากทางบริษัท หากทำงานในช่วงพักกาแฟจะต้องได้รับการจ่ายเพิ่มหรือลดเวลาการทำงานนอกเหนือจะมีข้อตกลงพิเศษ

เวลาอาหารเย็นคือช่วงเวลา 19:00 ถึง 20:00 น. และพนักงานมีสิทธิ์พักเพื่อทำงานอย่างน้อย 4,5 ชม.หรือนานกว่า เวลาอาหารเย็นจะได้รับการจ่าย แต่หากต้องทำงานในเวลานั้นจะต้องได้รับค่าแรงล่วงเวลาในส่วนที่ทำงาน

ช่วงพักอาหารในวันหยุดและเสาร์อาทิตย์เป็นเหมือนกันเหมือนวันทำการดั้งในสัญญาร่วม

พนักงานสำนักงาน

ค่าแรงช่วงกลางวันสำหรับพนักงานแต่ละคนจะทำโดยการหารด้วยจำนวน 160 กับเงินเดือนประจำ โปรดทราบว่าเฉพาะผู้ที่ทำข้อตกลงว่าเงินเดือนจ่ายเป็นกะกลางวันสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงกลางวัน

กะทำงานกลางวัน : ของพนักงานขายคือระหว่างเวลา 9-17 น. ทุกวันทำการ งานเต็มเวลาคือ 162,5 ชม.ทำงาน

ค่าแรงพนักงานสำนักงาน : ค่าทำงานเกินวลาถึงเวลา 12:00 เที่ยงคืน (ค่าแรงพิ่ม 40%) ซึ่งเป็น 0.875% ของเงินเดือนสำหรับกะกลางวัน แต่จ่าย 0.9375% จากช่วงเวลา 12:00 เที่ยงคืนถึง 7:00 ในตอนเช้า (ค่าแรงเพิ่ม 50% )

งานล่วงเวลา : การทำงานทุกอย่างที่เกินเวลากะกลางวันทั่วไปซึ่งเกิน 162,5 ชม.ต่อเดือน ค่าแรงงานล่วงเวลา 1,0385% ของเงินเดือนประจำสำหรับกะกลางวัน

เทศกาลสำคัญ: คือการทำงานทุกประเภทในวันที่กำหนดว่าเป็นเทศกาลสำคัญ ดั่งที่ระบุในสัญญาร่วม VR และ SA มาตรา 2.3.2 (ดูที่วันหยุดพิเศษ) ค่าแรงวันเทศกาลสำคัญคือ 1,375% ของเงินเดือนประจำของกะกลางวัน

อนุญาติให้เริ่มงานกะกลางวันได้ก่อนเวลา 9 น. แต่ไม่ให้เริ่มก่อน 7 น.ในตอนเช้า และเลิกงานได้ก่อนกำหนด คิดตามเวลาเริ่มงาน

เวลาอาหารคือ ½ ชม. ถึง 1 ชม.ต่อวัน พนักงานมีสิทธิ์ในการพักอาหารต่อการทำงานทุก 5 ชม.หรือมากกว่า เวลาอาหารคือช่วงเวลา 12:00 ถึง 14:00 และไม่นับรวมกับเวลางาน เวลาดังกล่าวจะไม่ได้รับการจ่ายค่าแรง หัวหน้าของพนักงานเป็นผู้ตัดสินใจว่าเวลาพักอาหารนั้นนานแค่ไหน แต่ก็สามารถตกลงเวลาพักได้ในแต่ละกรณี

เวลาพักกาแฟคือ 15 นาทีต่อวัน สำหรับการทำงานเต็มเวลาซึ่งคือ 7:30 ชม.ต่อวัน และพักตามข้อตกลงกับหัวหน้า เวลาพักกาแฟนับรวมกับเวลางานและจ่ายจากทางบริษัท หากทำงานในช่วงพักกาแฟจะต้องได้รับการจ่ายเพิ่มหรือลดเวลาการทำงานนอกเหนือจะมีข้อตกลงพิเศษ

เวลาอาหารเย็นคือช่วงเวลา 19:00 ถึง 20:00 น. และพนักงานมีสิทธิ์พักเพื่อทำงานอย่างน้อย 4,5 ชม.หรือนานกว่า เวลาอาหารเย็นจะได้รับการจ่าย แต่หากต้องทำงานในเวลานั้นจะต้องได้รับค่าแรงล่วงเวลาในส่วนที่ทำงาน

ช่วงพักอาหารในวันหยุดและเสาร์อาทิตย์เป็นเหมือนกันเหมือนวันทำการดั้งในสัญญาร่วม

วันหยุดพักร้อน

  • เงินพักร้อนไม่อนุญาติให้จ่ายพร้อมกับเงินเดือน
  • เงินพักร้อนจะต้องจ่ายให้กับลูกจ้างทุกคน ดั่งในมาตราที่ 1 ของกฏหมายวันหยุดพักร้อนเลขที่ 30/1987 ซึ่งกล่าวว่าทุกคนที่ทำงานให้บริการผู้อื่นโดยได้รับค่าจ้างมีสิทธิ์ในการรับวันหยุดพักร้อนและเงินพักร้อน
  • การสะสมวันหยุดพักร้อนอยู่ในระยะเวลา 1 พฤษภาคม ถึง 30 เมษายนของทุกปี
  • วันพักร้อนขั้นต่ำคือ 24 วันทำการ เงินเดือนพักร้อนเป็น 10,17% ของเงินเดือนทั้งหมด
  • เงินพักร้อนจ่ายเป็นสองแบบแตกต่างกัน กล่าวคือแบบที่หนึ่งจ่ายออกเมื่อพนักงานหยุดพักร้อน อีกแบบคือพนักงานได้รับจ่ายเงินพักร้อนเข้าในบัญชีเงินพักร้อนพิเศษ ซึ่งจะทำการจ่ายออกเข้าบัญชีของพนักงานในต้นเดือนพฤษภาคมในทุกๆปี เงินจำนวนนี้ที่มาจากบัญชีเงินพักร้อนคือเงินเดือนของพนักงานขณะที่ทำการหยุดพักร้อน
  • หลังจากทำอาชีพเดียวกันเป็นเวลานาน 5 ปี จะมีวันหยุดพักร้อน 25 วันทำการ และเงินเดือนพักร้อนคือ 10,64% ของเงินเดือนรวม
  • หลังจากทำงานกับผู้จ้างงานเดียวกันเป็นเวลา 5 ปี จะมีวันหยุดพักร้อน 27 วันทำการและเงินเดือนคือ 11,59% ของเงินเดือนรวม
  • หลังจากทำงานกับผู้จ้างงานเดียวกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีวันหยุดพักร้อน 30 วันทำการและเงินเดือนคือ 13,04% ของเงินเดือนรวม
  • วันหยุดพักร้อนจะใช้โดยการตกลงกับผู้จ้างงานและใช้ในช่วงเวลา 2 พฤษภาคม ถึง 15 กันยายนของทุกปี
  • หากว่าวันพักร้อนใช้หลังวันที่ 15 กันยายน โดยเป็นความต้องการของผู้จ้างงานวันหยุดจะนานขึ้น 25%
  • ลูกจ้างที่เริ่มงานใหม่มีสิทธิ์ในการหยุดพักร้อนการการทำงานถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์รับเงินพักร้อนจากผู้จ้างงานปัจจุบันก็ตาม ตามดั่งมาตราที่ 2 ของกฏหมายวันหยุดพักร้อน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของพนักงานที่ออกมาจากอาชีพอื่น
  • ช่วงเวลาที่พนักงานต้องหยุดงานเนื่องจากอาการป่วยหรืออุบัติเหตุนั้นนับเป็นเวลาทำงาน ซึ่งนับไปถึงการลาคลอดตามกฏหมาย กล่าวคือ พนักงานทำงานเพื่อสิทธิ์วันหยุดพักร้อน เมื่อพนักงานใช้สิทธิ์การลาป่วยหรืออุบัติเหตุของตนก็จะไม่นับวันที่เขาหยุดงานออกจากการสะสมวันพักร้อน เช่นเดียวกันหากลางานโดยไม่รับค่าจ้าง แต่หากพนักงานกำลังอยู่ในช่วงหยุดพักร้อนตามกฏหมายแต่ป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ก็จะนับเพิ่มเพื่อสะสมวันพักร้อน ซึ่งพนักงานจะได้รับค่าจ้างสำหรับช่วงเวลานั้นโดยจ่ายหลังจากหมดเวลาพักร้อนของเดือนนั้นๆ หรือได้รับจ่ายจากบัญชีพักร้อนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

วันหยุดเพิ่ม

ระยะเวลาการบอกเลิกจ้าง

  • ระยะเวลาการบอกเลิกนั้นเหมือนกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ มีสิทธิ์เท่ากันไม่ว่าคุณจะลาออกหรือถูกเลิกจ้างจากผู้จ้างงาน
  • การเลิกจ้างงานจะต้องเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกกรณี
  • จะต้องทำงานตามระยะเวลาที่กฏหมายกำหนดในการเลิกจ้างงาน นอกหนือจะมีข้อตกลงอื่น VR แนะนำให้ทำเอกสารในการตกลงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกๆกรณี
  • ในระยะเวลาทำงานสามเดือนแรก การบอกเลิกจ้างมีระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์
  • หลังจากเวลาสามเดือนของการทำงานหรือภายในหกเดือน การบอกเลิกจ้างมีระยะเวลาหนึ่งเดือนนับจากต้นดือน
  • หลังเวลา 6 เดือนของการทำงาน การบอกเลิกจ้างมีระยะเวลาสามเดือน นับจากต้นเดือน

สิทธิ์ในการลาป่วย

  • สิทธิ์ในการได้รับค่าจ้างของลูกจ้างเพราะการหยุดงานเนื่องจากอาการป่วยหรืออุบัติเหตุไม่สามารถที่จะแยกออกจากข้อตกลงการจ้างงานได้ และไม่สามารถทำข้อตกลงอื่นในสัญญาการจ้างงานนอกเหนือจากระเบียบการของการใช้สิทธิ์ลาป่วยและไม่สามารถสละสิทธิ์ได้
  • สำคัญมากที่ลูกจ้างที่รับอุบัติเหตุจากการทำหน้าที่ของตน หรือว่าขณะเดินทางไปกลับที่ทำงาน ศึกษาสิทธิ์ของตนเป็นอย่างดีเกี่ยวกับกรณีนี้และปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญของ VR แผนกสัญญาร่วม
  • ในปีแรกมีสิทธิ์ลาป่วย 2 วันต่อเดือน สำหรับการทำงานในแต่ละเดือน
  • หลังทำงานเป็นเวลา 1 ปี สิทธิ์ลาป่วยคือ 2 เดือนต่อทุกๆระยะเวลา 12 เดือน
  • หลังทำงานเป็นเวลา 5 ปี สิทธิ์ลาป่วยคือ 4 เดือนต่อทุกๆระยะเวลา 12 เดือน
  • หลังทำงานเป็นเวลา 10 ปี สิทธิ์ลาป่วยคือ 6 เดือนต่อทุกๆระยะเวลา 12 เดือน
  • สิทธิ์วันลาป่วยบุตรคือ 2 วันต่อการทำงานในแต่ละเดือน และสุงสุดไม่เกิน 12 วันต่อทุกๆระยะเวลา 12 เดือน
  • กรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ หรือโรคจากการทำงานในสถานที่ทำงาน/เนื่องจากการเดินทางไปและกลับจากที่ทำงาน ทางผู้จ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างเป็นช่วงกะกลางวันเป็นเวลาถึง 3 เดือน เพิ่มเติมจากสิทธิ์ลาป่วยที่สะสมไว้
  • พนักงานจะต้องทำการแจ้งต่อหัวหน้าของตนเองเนื่องจากอาการป่วยโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หัวหน้าจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรนำใบรัรองแพทย์มายื่นหรือไม่ หากต้องนำมายื่นพนักงานจะต้องไปพบแพทย์เพื่อที่จะยืนยันอาการป่วย

โปรดทราบ หากว่ามีข้อใดที่ขัดแย้งกันให้นับว่าบทความที่เป็นภาษาไอซ์แลนด์ที่อยู่ในสัญญาร่วม ณ ปัจุบันนั้น เป็นหลัก

ข้อมูลในเว็บไซต์นี้มาจากสัญญาร่วมของ VR และ SA

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระดับสิทธิของพนักงาน โปรดติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านสัญญาร่วม VR ทางโทรศัพท์ ทางอีเมล vr@vr.is หรือมาที่สำนักงานตามวันทำการระหว่างเวลา 8:30 ถึง 16:30 ทุกวันทำการ